แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ติดแบล็คลิส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ติดแบล็คลิส แสดงบทความทั้งหมด

เครดิตบูโรเตรียมนิรโทษกรรมลูกหนี้ติดแบล็คลิสออกจากระบบ ดีใจผุดๆ เลยงานนี้




เครดิตบูโรเตรียมนิรโทษกรรมลูกหนี้ติดแบล็คลิสออกจากระบบ ดีใจผุดๆ เลยงานนี้

  เมื่อได้รู้ข่าวว่า "เครดิตบูโรเตรียมนิรโทษกรรมลูกหนี้ติดแบล็คลิสออกจากระบบ" เครดิตบูโรบล็อก ก็ขออนุญาตมาแจ้งอภิมหาข่าวดีของลูกหนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อเครดิตบูโร เตรียมปลดแบล็คลิสลูกหนี้กว่า 6 แสนราย ออกจากระบบ ต้องบอกว่า งานนี้ คสช. ได้ใจลูกหนี้ไปเต็มๆ โดยเฉพาะลูกหนี้ที่ติดแบล็คลิสกับสถาบันการเงินต่างๆ  คสช. คืนความสุขให้คนไทยอีกครั้ง ด้วยการนิรโทษกรรมลูกหนี้ค้างชำระ ติดแบล็คลิส เกินกว่า 8 ปี  เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นว่ามันไม่ใช่แค่ข่าว ก็แจ้งที่มาเป็นการรับประกันว่า "ปลดแบล็คลิส" ได้จริงๆ แล้วครับ

     ข่าวนี้ ถูกเปิดเผยจาก นายรณดล  นุ่มนนท์  ผู้ช่วยผู้ว่าการ  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายกำกับสถาบันการเงิน   ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต และทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต  เปิดเผยว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต ได้เห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ระยะเวลาการส่งข้อมูลสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเราเรียกกันว่า "เครดิตบูโร" (NCB) โดยกำหนดให้สมาชิกส่งข้อมูลลูกหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือลูกหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอล เป็นระยะเวลา 5 ปี ให้แก่เครดิตบูโร โดยเครดิตบูโรเองก็จะแสดงข้อมูลลูกหนี้ต่อไปอีก 3 ปี รวมระยะเวลาที่ข้อมูลลูกหนี้ปรากฏในฐานะข้อมูลเครดิตบูโร รวม 8 ปี ข้อมูลหลังจากนี้จะลบออกจากระบบ แทนหลักเกณฑ์ปัจจุบันที่กำหนดให้สมาชิกส่งข้อมูลลูกหนี้จนกว่าเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จนเสร็จ
   "เนื่องจากคณะกรรมการเครดิตบูโรเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมามีลูกหนี้รายย่อยจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤติต้มยำกุ้ง ในปี 2541 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นหนี้เอ็นพีแอล และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ครบ ถึงแม้ว่าจะผ่านกระบวนการฟ้องร้องไปแล้ว และส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่มีมูลค่าไม่มาก แต่ตามเกณฑ์เดิม ประวัติว่าเป็นหนี้เสียจะโชว์อยู่ตลอดไปในข้อมูลเครดิตบูโร ทำให้ไม่สามารถที่จะกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้ และทำให้ส่วนหนึ่งจำเป็นต้องไปก่อหนี้นอกระบบ ซึ่งการลบข้อมูลประวัติการเป็นหนี้ส่วนนี้ จะช่วยให้ลูกหนี้เหล่านี้กลับมากู้หนี้ในระบบได้ จึงถือเป็นหนทางในการดูแลหนี้นอกระบบในทางอ้อมด้วย" 
    ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า การปรับหลักเกณฑ์ระยะเวลาการส่งและจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้เกิดความเป็นธรรมและลดอุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อของลูกหนี้ ในขณะเดียวกัน จะยังคงเป็นประโยชน์ให้สถาบันการเงินสมาชิกเครดิตบูโร มีข้อมูลและระยะเวลาเพียงพอสำหรับการพิจารณาพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกหนี้ซึ่งจะทำให้ข้อมูลของลูกหนี้ โดยหลังจากประกาศดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีลูกหนี้ที่ได้รับการลบประวัติการเป็นหนี้เสียทันทีในประเทศ 6 แสนราย

   สำหรับปฏิกริยาของสถาบันการเงิน ซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้ 6 แสนราย มาดูกันซักเล็กน้อยครับว่า มีความคิดเห็นอย่างไร สำหรับ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โดยนางสาวอรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) เปิดเผยว่า การปรับหรือเปลี่ยนหลักเกณฑ์ดังกล่าวนั้น ในแง่ผู้บริโภคหรือลูกหนี้รายย่อยๆ ที่มีหนี้วงเงินไม่มาก จะได้รับประโยชน์ เพราะถือว่าเป็นการช่วยเหลือให้ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินได้ใหม่อีกครั้ง เพราะไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบเครดิตบูโร ก็สามารถขอสินเชื่อได้ แต่อีกนัยหนึ่งก็เหมือนการผลักให้คนก่อหนี้เพิ่ม
    ในแง่ของสถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะทำงานได้ยากมากขึ้น เนื่องจากจะไม่สามารถเช็กประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าได้ภายหลังจาก 8 ปี ทำให้การพิจารณาสินเชื่อค่อนข้างยาก จึงเป็นความเสี่ยงต่อการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้น ในอนาคตจะเห็นต้นทุนทางเครดิตเพิ่ม เช่น ลูกค้าบางรายยังถูกบันทึกประวัติหนี้อยู่ และวันหนึ่งหายไป ซึ่งจะมีผลให้ธนาคารจะแข่งขันในเรื่องของราคาของความเสี่ยงมากขึ้น และลูกค้าจะต้องแบกรับต้นทุนความเสี่ยงดังกล่าว ขณะเดียวกันจะเห็นแนวโน้มการบังคับคดี หรือการผ่อนผันลูกค้าทำในขั้นตอนกระบวนการที่เร็วขึ้น เพื่อให้ทันต่อการถูกลบประวัติทิ้ง
    "ก่อนหน้านี้ก็มีการพูดคุยบ้างเรื่องการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งปัจจุบันข้อสรุป 8 ปี ในแง่ลูกค้ารายย่อยและระบบ ถือเป็นเรื่องดี เพราะลูกค้าเป็นหนี้เอ็นพีแอลก็สามารถเคลียร์ประวัติและตั้งต้นใหม่ได้ แต่ควรแยกประเภทธุรกิจ ในส่วนของการมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน และควรทำควบคู่กับกฎหมายอื่นๆ เพราะหากทำแบบเหมารวม จะทำให้คนประวัติดีและถูกบันทึกปะปนกันหมด แบงก์ก็แยกไม่ออกสุดท้ายก็จะมาลงที่ความเสี่ยงเครดิตได้"  

     นอกจากเรื่องที่ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต ได้เห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ระยะเวลาการส่งข้อมูลให้กับเครดิตบูโร จากเดิม ส่งข้อมูลลูกหนี้จนกว่าเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จนเสร็จ เป็น รวมระยะเวลาที่ข้อมูลลูกหนี้ปรากฏในฐานะข้อมูลเครดิตบูโร รวม 8 ปี ก็ยังมีประกาศกำหนดให้สหกรณ์ และชุมนุมสหกรณ์ทุกประเภทเป็นสถาบันการเงิน ตามมาตรา 3 (9) แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 เพื่อให้สหกรณ์ และชุมนุมสหกรณ์ทุกประเภทมีคุณสมบัติในการเข้าเป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ได้  แต่ในเบื้องต้นยังเป็นระบบสมัครใจก่อน โดย ธปท.และเครดิตบูโร จะไปชี้แจงทำความเข้าใจกับสหกรณ์แต่ละรายถึงผลดี ผลเสียและการส่งข้อมูลอีกครั้ง

  คำถาม  จะรู้ได้อย่างไร คุณคือ 1 ใน 6 แสนราย
  คำตอบ  ลูกหนี้ที่มีประวัติการค้างชำระหนี้เกิน 90 วันอยู่ในฐานข้อมูลของเครดิตบูโรครบ 8 ปี จะถูกลบประวัติการค้างหนี้ออกจากระบบ ...แต่...ยอดหนี้ยังคงเดิม ไม่มีการลบทิ้งหรือล้างข้อมูลออกไปแต่อย่างใด ....ชัดเจนนะครับ ลบประวัติ แต่ไม่ลบหนี้

  คำถาม  แล้วลูกหนี้นอกจาก 6 แสนราย จะได้สิทธิอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
  คำตอบ  สำหรับลูกหนี้เอ็นพีแอลอื่นๆ หรือลูกหนี้ค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน (มีข้อมูลในระบบยังไม่ครบ 8 ปี) ยังไม่ได้ชำระหนี้สินต่อธนาคารสมาชิก ต่อจากนี้ขอให้ส่งข้อมูลต่อเนื่อง มาให้เครดิตบูโรเป็นระยะเวลา 5 ปี และหลังจากนั้นเครดิตบูโรจะแสดงข้อมูลลูกหนี้ที่เป็นหนี้เอ็นพีแอลต่อไปอีก 3 ปี ทำให้รวมระยะเวลาที่ข้อมูลลูกหนี้ ปรากฏในฐานข้อมูลของเครดิตบูโรรวมทั้งสิ้น 8 ปี หลังจากนั้นจะลบประวัติออกไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ต่อไป  อ่านมาถึงตรงนี้ สำหรับท่านที่ค้างชำระ ....ผมว่าท่านคงพอคิดออกนะครับ ว่าจะทำยังไงต่อไป
   ==>> แต่อย่างไรก็ตาม ธปท. หรือเครดิตบูโรบล็อกเอง ไม่ได้สนับสนุนให้เกิดการเบี้ยวหนี้ ไม่ชำระหนี้ หนีหนี้ แต่อย่างใดนะครับ 
   ส่วนกรณีลูกหนี้ที่เคยเป็นหนี้เอ็นพีแอล แต่ได้ชำระจนครบจำนวนแล้ว แต่ยังต้องมีการแสดงข้อมูลเคยเป็นหนี้ต่อไปอีก 3 ปี ซึ่งมีผลต่อการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์นั้น ในขณะนี้คณะกรรมการเครดิตบูโร กำลังพิจารณาว่าควรปรับลดเวลาลงหรือไม่ หรือจะยังไงต่อไป ถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติม เครดิตบูโรบล็อกจะแจ้งข่าวให้ทราบกันต่อไปครับ

  คำถาม  จะมีผลเมื่อใด
  คำตอบ  หลังจากลงในราชกิจจานุเบกษา

   นอกจากนั้น คณะกรรมการเครดิตบูโร ยังได้ออกประกาศกำหนดให้สหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์ทุกประเภท เป็นสถาบันการเงินตามมาตรา 3 (9) แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 เพื่อให้สหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์ทุกประเภท ซึ่งมีอยู่ด้วยกันในขณะนี้ 8,000 แห่ง ซึ่งมีลูกหนี้ทั้งสิ้นกว่า 11 ล้านราย สามารถเข้าเป็น สมาชิกข้อมูลเครดิตได้ แต่ในเบื้องต้นยังเป็นระบบสมัครใจก่อน โดย ธปท.และเครดิตบูโร จะไปชี้แจงทำความเข้าใจกับสหกรณ์แต่ละรายถึงผลดี ผลเสียและการส่งข้อมูลมาในระบบ  ขอบคุณสำหรับการติดตาม...เครดิตบูโรบล็อก


ตรวจสอบเครดิตบูโรผ่านเคาร์เตอร์ธนาคารแบบละเอียด



ตรวจสอบเครดิตบูโรผ่านเคาร์เตอร์ธนาคารแบบละเอียด
      ต้องบอกว่าเป็นการป้องกันการติดแบล็คลิสโดยไม่รู้ตัว เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของบัญชีสินเชื่อ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด ได้มีโอกาสตรวจสอบความถูกต้องของประวัติสินเชื่อของตนเอง โดยทางธนาคารต่อไปนี้ ทำหน้าที่เฉพาะตรวจสอบคำขอตรวจสอบเครดิตบูโรและรับชำระค่าตรวจสอบเท่านั้น หลังจากนั้น เครดิตบูโรจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลและจัดส่งรายงานข้อมูลเครดิตทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้แก่ท่าน ภายใน 1 สัปดาห์นับจากวันที่ท่านได้ยื่นคำขอที่ธนาคาร ธนาคารที่เข้าร่วมและสามารถยืนคำขอตรวจสอบเครดิตบูโรผ่านทางเคาร์เตอร์ธนาคารก็มี บมจ.ธนาคารธนาชาต,บมจ.ธนาคารกรุงไทย, บมจ.ธนาคารไอซีบีซี (ไทย),ธนาคารอาคารสงเคราะห์, บมจ.ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกสาขา ทั้งนี้ การยื่นคำขอตรวจสอบเครดิตบูโร จะให้สิทธิเฉพาะกับบุคคลธรรมดาและต้องมายื่นขอตรวจสอบด้วยตนเองเท่านั้น  สำหรับขั้นตอนมีดังนี้

  1.  เจ้าของข้อมูลบุคคลธรรมดา กรอกแบบคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตที่ธนาคาร หรือขอแบบฟอร์มจากเจ้าหน้าที่ธนาคารสาขาที่ท่านติดต่อ และลงลายมือชื่อให้ครบถ้วน พร้อมแนบหลักฐาน ดังต่อไปนี้ กรณีบุคคลสัญชาติไทย บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรอื่นที่หน่วยงานราชการออกให้ที่แสดงเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) กรณีบุคคลต่างด้าว หนังสือเดินทาง/ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตัวจริง)
  2. ยื่นเอกสารในข้อ 1 และชำระค่าธรรมเนียมการตรวจสอบข้อมูลเครดิตต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร
  3. ธนาคารจะออกหลักฐานการรับชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าจัดส่งเอกสาร ให้แก่ท่านเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  4. บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จะจัดส่งรายงานข้อมูลเครดิตให้แก่ท่านภายใน 1 สัปดาห์นับจากวันที่ยื่นคำขอ ที่ธนาคาร

ข้อเน้นย้ำคือ

ธอส.ยอมผ่อนผัน ลูกค้าติดแบล็คลิสก็กู้ได้

ธอส.ยอมผ่อนผัน ลูกค้าติดแบล็คลิสก็กู้ได้

      สืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำลง ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายหรือกู้เงินน้อยลง ดังนั้น เพื่อบรรเทาปัญหาและช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถมีที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จึงมีนโยบายในการผ่อนปรนหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในส่วนของผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ติดแบล็คลิสต์ในเครดิตบูโร ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ที่ติดแบล็คลิสต์ ดังกล่าว ทางธนาคารจะไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ แต่ต่อไปนี้ จะพิจารณาลดหย่อนให้กรณีที่ลูกค้าชำระหนี้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แม้จะมีรายชื่ออยู่ในบัญชีก็ตาม อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารจะขอยกเว้นสำหรับกรณีลูกค้าที่ถูกแบล็คลิสต์เพราะไม่สามารถชำระสินเชื่อบ้านได้  ผู้ที่ติดเครดิตบูโรเรื่องสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เราคงต้องปฏิเสธไป แต่กรณีที่ถูกแบล็คลิสต์สินเชื่อบัตรเครดิต หรือ แบล็คลิสต์สินเชื่อรถยนต์ ถ้าเคลียร์ได้ แม้ว่าชื่อจะอยู่ในบัญชี 3 ปี และแสดงให้เห็นว่า มีรายได้ที่น่าพอใจ เราก็ผ่อนปรนให้ได้  โดยนอกจากการผ่อนปรนหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อดังกล่าวแล้ว ในแง่อัตราดอกเบี้ยนโยบายก็คาดว่าจะปรับลดลงเหลือ 1% ในปีนี้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ยังมีแผนที่จะสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งก็จะช่วยหนุนสินเชื่อดังกล่าวได้  โดยคาดการณ์กันว่า สินเชื่อบ้านจะคึกคักได้ราวเดือนมีนาคมนี้ ฉะนั้น ทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามนี้ เหลือแต่ความมั่นใจของผู้ซื้อบ้านเท่านั้น เพราะเขาต้องแน่ใจในรายได้ ซึ่งเป็นตัวแปรที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เริ่มเห็นสัญญาณการตกงานของลูกค้าบ้างแล้ว แต่เชื่อว่า คนตกงานจะไม่เป็นลูกค้าของธนาคารทั้งหมด  แต่เราก็เตรียมดูแลลูกค้าดังกล่าวด้วย ด้านความคืบหน้า

ติดแบล็กลิสกับติดเครดิตบูโร...ต่างกันไหม

ติดแบล็กลิสกับติดเครดิตบูโร...ต่างกันไหม
    ติดแบล็คลิส กับ ติดเครดิตบูโร....ต่างกันไหม แล้ว แบล็คลิส มันคือ อะไร ??? เครดิตบูโร ล่ะ มันคืออะไร  เชื่อว่า อาจจะมีหลายคนยังไม่รู้จักเกี่ยวกับ สองคำนี้อย่างชัดเจนนัก บ้างก็อาจคิดว่ามันเหมือนกันมั้งคือประวัติเครดิตเสีย อืม แล้วอันที่จริงเป็นแบบไหนกันนะ  เครดิตบูโร ผมเคยได้อธิบายไปก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าใครยังไม่เข้าใจก็สามารถย้อนกลับไปอ่านได้จากหน้า หลักของ ล้างหนี้แบล็กลิสต์ เครียร์เครดิตบูโรบล็อก กันได้ สำหรับบทความนี้ ขออธิบายเพิ่มเติมว่า แบล็กลิส มันคืออะไร การติดแบล็กลิส มันคืออะไร  สำหรับ แบล็คลิส คือ รายชื่อบุคคลที่มีประวัติเสียทางการเงิน จนถูกขึ้นบัญชีแบล็คลิส สถานะของบุคคลนั้นจะเป็นเหมือนภาพนิ่งครับ ไม่่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง เครดิตบูโร กับ แบล็คลิส จึงสรุปคร่าวๆ ว่า แบล็คลิส คือคนที่ติดบัญชีของทางธนาคารให้เป็นคน ที่มีประวัติเสียทางการเงิน ส่วนเครดิตบูโร เป็นการรายงานสถานะสินเชื้อย้อนหลัง 24 เดือนอยากจะแนะนำนะครับสำหรับท่านที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงิน ต้องดูถึงความสามารถในการชำระสินเชื่อคืนให้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินด้วยนะครับเพระว่าถ้าชำระเงินคืนไม่ได้ อาจมีผลให้ต้องเสียทรัพย์รวมทั้งประวัติการเงินเสียด้วย ทำให้เวลาขอสินเชื่อต่อไปทำได้ยากยิ่งขึ้น




แท็กซ์: ติดแบล็กลิสกับติดเครดิตบูโร...ต่างกันไหม,ประวัติการติดแบล็คลิส,แบล็กลิส,ติดแบล็คลิส,ติดเครดิตบูโร,เครดิตบูโร,ล้างหนี้แบล็กลิสต์ เครียร์เครดิตบูโร